ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะมีคนรู้จักที่มีลักษณะที่ว่าเมื่อเกิดบทสนทนาเกิดขึ้น
มักจะรู้ทุกอย่างและชอบที่จะพูดแทรกพูดสอดขึ้นมา เป็นคนที่รู้ทุกเรื่องและไม่ชอบที่จะฟัง
และบางครั้งหากเราฟังจริงๆแล้วจะรู้ว่าบ้างครั้งเรื่องที่คนบางคนนั้นพูดแทรกขึ้นมานั้นมันอาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมากนัก
หรือบางครั้งอาจจะเป็นข้อมูลที่เก่าแล้วนั้นเอง ฮักชา
และจากการสั่งเกตุคนที่มีลักษณะนี้ส่วนมากจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจะเป็น
เพราะว่าถึงเวลาผ่านไปนานสักแค่ไหนก็ตามความรู้ของพวกเขานั้นก็ยังเท่าเดิมเพราะว่าเวลาที่พูดคุยกับใครก็มักจะเป็นฝ่ายพูดมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายฟัง
ทำให้ความรู้ที่มีในตัวนั้นไม่พัฒนาก้าวหน้าไปไหนและเมื่อนำความรู้ที่เคยใช้ได้สำเร็จในอดีตมาใช้กับยุคปัจจุบันก็ทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิม
ดังนั้นหากว่าเราอยากที่ประสบความสำเร็จเราจะต้องปรับปรุงตัวเอง
ในวงสนทนาจากที่พูดมากกว่าคนอื่นเราจะพูดให้น้อยลงและฟังคนอื่นๆให้มากขึ้นนั้นเอง
ถึงบางเรื่องเรารู้และเราก็ใช้ได้ผลอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
แต่เราก็อาจจะลองฟังวิธีการและก็ประสบของคนอื่นบ้างว่ามีวิธีการทำงานยังไง
เพราะทุกความสำเร็จนั้นมันมีหลายเส้นทางและหลากหลายวิธีการเพื่อไปถึงความสำเสร็จนั้น
ดังนั้นวันนี้วิธีการของเรานั้นยังใช้ได้ผลอยู่แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ววิธีการของเรานั้นมันใช้ไม่ได้ผล เราก็ยังมีวิธรการสำรองเอาไว้ใช้ด้วย
ดังนั้นหากสังเกตให้ดีๆแล้วจะเห็นว่าคนที่เขาเก่งๆหรือว่าคนที่เป็นผู้บริหารระดับสูงนั้นเวลาที่เขานั้นอยู่ในวงสนทนาเขาจะฟังก่อนและเมื่ออยากมีคนที่ฟังเขาๆค่อยจะพูดแต่ถ้าหากว่าไม่อยากมีคนฟัง
มีแต่คนพูดเป็นส่วนใหญ่เขาเหล่านั้นก็เลือกที่จะเงียบแทน ฮักชา
การฟังและยอมรับสิ่งใหม่ๆนั้นเป็นคุณสมบัติที่คนที่จะประสบกับความสำเร็จในชีวิตนั้นมี
เพราะว่าการพูดเพียงอย่างเดียวนั้นความรู้ของเราก็ไม่ได้เพิ่มพูนขึ้นมาเลย
มีแต่ความรู้ของเรานั้นจะเก่าไปตามยุคตามสมัยเท่านั้นเอง หากว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่ชอบพูดมากกว่าชอบฟังและก็เกิดความรู้สึกต่อต้านทุกครั้งเมื่อมีคนมาเสนอความรู้ใหม่ๆ
ที่เราไม่เข้าใจอันนี้อัตรายมากๆเพราะจะทำให้เราไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้และจะมีอคติกับทุกๆเรื่องว่าเรานั้นดีกว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นมันไม่ได้เป็นความจริง
ความรู้หรือว่าสิ่งที่ฉันรู้นั้นถูกต้องมากที่สุดดังนั้นเมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเราจะไม่สามาถเปลี่ยนแปลงเพื่อจะตามโลกให้ทันได้นั้นเอง ฮักชา